รีวิว Guardians of the Galaxy Vol.3 หนัง Marvel ที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

มาถึงบทสรุปกันแล้วจ้าาา reviewnungfarang พารีวิว Guardians of the Galaxy 3 Disney Plus หนังฟีลกู้ดแนวแอ็คชันซุปเปอร์ฮีโร่ เรื่อง Guardians of the Galaxy Vol.3 2023 รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล 3 งานอำลาการกำกับฮีโร่ฝั่งมาเวลของผู้กำกับ เจมส์ กันน์ ที่จะข้ามค่ายไปเป็นประธานคอยกุมบังเหียนของจักรวาลฮีโร่ DC แทน หากคุณชอบดูหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ ห้ามพลาดเลยเด็ดขาด

รีวิว Guardians of the Galaxy Vol.3 หนัง Marvel ที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

รีวิว Guardians of the Galaxy Vol.3 งานอำลาของผู้กำกับ เจมส์ กันน์

ถ้านับตั้งแต่ช่วงเวลาหลังจากที่ ‘Guardians of the Galaxy Vol. 2’ ลงโรงฉายไปเมื่อปี 2017 ไม่น่าเชื่อว่านี่คือช่วงเวลานานถึง 6 ปีเข้าให้แล้ว ถือว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโรของ Marvel Studios ที่มีระยะห่างของภาคต่อที่ห่างมากอีกเรื่องเลยก็ว่าได้ Guardians of the Galaxy Vol. 3 ทีม ใหม่ (ถ้านับตามเฟส Vol. 2 นี่คืออยู่ในเฟส 3 เลยครับ)

ถ้าไม่นับที่ยกโขยงไปช่วยกำราบธานอสใน ‘Avengers: Infinity War’ (2018), ‘Avengers: Endgame’ (2019) และใน ‘Thor: Love & Thunder’ (2022) ดีหน่อยที่ช่วงคริสต์มาสที่แล้วเพิ่งมี ‘The Guardians of the Galaxy Holiday Special’ (2022) ที่น่ารักและอุ่นเครื่องก่อนมาเจอของจริงกับหนังเรื่องนี้ได้ดีเลย

รีวิว Guardians of the Galaxy Vol.3 หนัง Marvel ที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

ซึ่งถ้าใครยังจำกันได้ กว่าจะมาเป็น ‘Guardians of the Galaxy Vol. 3’ อย่างที่เราได้ดูกัน นอกจากจะนานแล้วก็ยังทุลักทุเลใช่ย่อย เพราะ เจมส์ กันน์ ผู้กำกับและเขียนบทประจำแฟรนไชส์นี้ ดันถูกขุดทวีตแนวตลกร้ายต่าง ๆ นานา จน Disney ที่รักษาภาพลักษณ์ด้านบวกยิ่งชีพถึงกับต้องปลดออก

แม้หนัง 2 ภาคจะทำรายได้ไปไม่น้อย แต่สุดท้ายด้วยแรงหนุนจากทั้งคนดูและนักแสดง ก็เลยได้โอกาสที่ 2 ได้กลับมาสานฝันกับหนังเรื่องนี้อีกครั้ง แต่แล้วก็ยังต้องผัดผ่อนไปอีก เพราะระหว่างนั้น กันน์ก็ข้ามไปจักรวาล DC กำกับหนัง ‘The Suicide Squad’ (2021) และทีวีซีรีส์ ‘Peacemaker’ (2022) จนได้นั่งแท่นผู้บริหารร่วมของ DC Studios ด้วยซะเลย

เรื่องย่อ

Guardians of the Galaxy Vol. 3 รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล 3 บทสรุปของแฟรนไชส์ซุปเปอร์ฮีโร่อันเป็นที่รักจากแฟน ๆ ทั่วโลก เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 32 ในจักรวาลสุดยิ่งใหญ่ MCU บอกเล่าเรื่องราวหลังจาก Avengers: Endgame (2019) และภาพยนตร์เรื่องสั้น The Guardians of the Galaxy Holiday Special (2022)

guardians of the galaxy เรื่องย่อ เมื่ออดีตอันดำมืดกลับมา กลุ่มนักสู้พิทักษ์จักรวาลจึงต้องออกไปทำภารกิจช่วยเหลือเพื่อนรักในครอบครัวอย่าง Rocket (Bradley Cooper) จากเงื้อมมือผู้ให้กำเนิดเขาเองอย่าง The High Evolutionary (Chukwudi Iwuji) ที่ซึ่งที่มาของ Rocket จะถูกเปิดเผยออกมาในเรื่องนี้

รีวิว Guardians of the Galaxy Vol.3 หนัง Marvel ที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

การดำเนินเรื่อง

ตัวหนังเหมือนจะต่อจาก ‘Guardians of the Galaxy Holiday Special’ แบบกลาย ๆ นะครับ เพราะมีบางจุดในหนังที่อ้างอิงอยู่บ้าง ถ้าใครดูแล้วก็จะเข้าใจและอินมากกว่าหน่อย โดยในภาคนี้ หัวหน้าแก๊งอย่าง ปีเตอร์ ควิลล์/สตาร์ลอร์ด (Chris Pratt) ที่ยังมูฟออนจากความสูญเสีย กาโมรา (Zoe Saldaña)

จากเหตุการณ์ใน ‘The Avengers Infinity War’ (2018) ไม่ได้เหมือนเดิม แม้กาโมราจะกลับมาให้เจอก็จริง แต่เธอก็เป็นกาโมราจากอีกไทม์ไลน์ที่จำอะไรไม่ได้เลย แถมยังไปเป็นสมาชิกแก๊งราเวนเจอร์กับ สตาคาร์ (Sylvester Stallone) อีกต่างหาก ร้อนถึงควิลล์เองต้องพยายามรื้อฟื้น ‘ความนัยที่รู้กัน’ ของทั้งคู่ขึ้นมาอีกครั้งแบบทุลักทุเล

รีวิว Guardians of the Galaxy Vol.3 หนัง Marvel ที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

ไฮ เรฟโวลูชันนารี นักวิทยาศาสตร์แสนชั่วร้าย

ในขณะที่ ไฮ เรฟโวลูชันนารี (Chukwudi Iwuji) นักวิทยาศาสตร์ชั่วร้ายผู้คิดค้นการดัดแปลงสัตว์ให้มีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ เพื่อหวังสร้างสังคมใหม่ที่สมบูรณ์แบบบนอาณานิคมที่เรียกว่า เคาต์เตอร์เอิร์ธ (Counter-Earth) ได้บงการให้ สังฆราชินีอายีชา (Elizabeth Debicki) ผู้นำสูงสุดของอาณาจักรซอฟเวอเรน (Sovereign)

และลูกชาย อดัม วอร์ล็อก (Will Poulter) วัยรุ่นดักแด้ทอง ไปชิงตัวร็อกเก็ต (Bradley Cooper) มาให้ได้เพื่อเป้าประสงค์บางอย่าง  แต่ระหว่างต่อสู้กัน ร็อกเก็ตเกิดบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นปางตาย ร้อนถึงเพื่อน ๆ แก๊งการ์เดียนส์ ทั้งสตาร์ลอร์ด, แดร็กซ์ (Dave Bautista), เนบิวลา (Karen Gillan), แมนทิส (Pom Klementieff), กรูท (Vin Diesel)ที่คราวนี้มาในเวอร์ชันล่ำ หรือ (Swole Groot) ที่ต้องย้อนไปถึงต้นกำเนิดและที่มาที่ไปของร็อกเก็ต เพื่อค้นหาวิธีการที่จะฟื้นชีวิตของร็อกเก็ตให้กลับมาอีกครั้ง

รีวิว Guardians of the Galaxy Vol.3 จุดเด่นของหนังภาคนี้

เหมือนกันน์เองก็รู้งานดีว่าทั้ง 2 ภาคแรกมีอะไรที่เป็นจุดเด่น และมีอะไรที่เป็นจุดด้อย ใน Vol.1 แม้จะติดสูตรสำเร็จหนังแนะนำตัวฮีโร แต่ก็มีงานแอ็กชันที่สนุกและเฉลี่ยกราฟความสนุกได้ดี ในขณะที่ Vol.2 มีดีในแง่ของการเล่าเรื่องปมของแต่ละตัวละคร และเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว หรือแม้แต่การผสมจังหวะอารมณ์ขัน ความอบอุ่น และประเด็นความเป็นคนนอกคอก ความเป็น Underdog และความคืบหน้าเหตุการณ์บางอย่างใน ‘Holiday Special’

ซึ่งพอหนังเรื่องนี้ถูกวางให้เป็นหนังภาคสุดท้าย กันน์ก็เลยประโคมทุกอย่าง ทุกปม ทุกเส้นเรื่องลงไปในภาคนี้ให้สิ้นสุดกันไปเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปมใหญ่ที่เดินเรื่องในภาคนี้ก็คือเจ้าร็อกเก็ตนี่แหละ ที่ในตัวอย่างหนังกับโปสเตอร์ก็จะสังเกตได้ว่าจะมีเจ้าร็อกเก็ตเต็มไปหมด ซึ่งมันก็สอดคล้องกับที่กันน์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ร็อกเก็ตนี่แหละคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาอยากกลับมาทำ Vol.3

บทสรุป

โดยรวมเป็นผลงานปิดฉากของเจมส์กันที่ไม่น่าประทับใจนัก แม้จะชอบบทสรุปของตัวละครหลายตัวในเรื่อง แต่ตัวหนังขาดความแปลกใหม่ เนื้อเรื่องของร็อกเก็ตยืดยาวยัดเยียดดราม่าจนเกินพอดี ทุกอย่างถูกทำออกมาเพลย์เซฟไปหมด ไม่ต่างอะไรกับ Ant-Man and the Wasp: Quantumania เลยแม้แต่น้อย

หนังแนว ผจญภัย / แอ็กชัน / ซูเปอร์ฮีโร
ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ (James Gunn)
ความยาว 150 นาที
เรตผู้ชม PG-13

แนะนำเว็บดูหนังออนไลน์ : ดูหนังใหม่
แนะนำเว็บรีวิวหนัง : รีวิวหนังฝรั่ง
แนะนำบทความรีวิวหนัง : รีวิว เรื่องตลก 69 เดอะซีรีส์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *